วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประวัติบัตรอวยพรของไทย



กระดาษทรงสี่เหลี่ยมใบเล็กพร้อมกับคำอวยพรที่บรรจงเขียนให้กับคนเรารัก หรือให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ  เมื่อผู้รับได้รับแล้วอ่านด้วยรอยยิ้ม  ก็ทำให้เราซึ่งเป็นผู้ให้รู้สึกปลื้มปิติไปด้วย หลายท่านคงสงสัยว่า บัตรอวยพรของไทย มีต้นกำหนดตั้งแต่ปีไหน มีความเป็นมาอย่างไร เราไปศึกษาประวัติความเป็นมาได้เลยครับผม



ประวัติบัตรอวยพรของไทย
สำหรับบัตรอวยพรของไทยนั้น เราได้รับธรรมเนียมมาจากฝรั่ง เช่นเดียวกับการพิมพ์นามบัตร หรือพิมพ์การ์ดเชิญต่างๆ บัตรอวยพรที่เก่าแก่ที่สุด หรือแบบแรกที่สุด คือ บัตรอวยพรปีใหม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงทำขึ้นเป็นพระองค์แรก เมื่อ 120 กว่าปีก่อน 

บัตรอวยพรนอกจากนี้ได้แก่ บัตรอวยพรวันคริสต์มาส วันเกิด และ วันมงคลต่างๆ รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ติดต่อกับประเทศตะวันตก และเรียนรู้ขนบธรรมเนียมตลอดจนวิทยาการของชาวตะวันตกหลายๆอย่าง การส่งบัตรอวยพรของพระองค์นั้นเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อใดยังไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่นอนชัดเจน แต่ได้มีสำเนาคำพระราชทานพรขึ้นปีใหม่ ( พ.ศ. 2409 ) ของพระองค์ ซึ่งพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษปรากฏอยู่ใน น.ส.พ. THE BANGKOK RECORDER ( ฉบับภาษาอังกฤษ ) ของหมอบรัดเลย์ แปลความได้ว่า ทรงขอส่งบัตรตีพิมพ์คำอวยพรนี้ถึงบรรดากงสุล เจ้าหน้าที่กงสุลชาติต่างๆ
และชาวต่างประเทศที่ทรงคุ้นเคยโดยทั่วถึงกัน


บัตรอวยพรในสมัยรัชกาลที่ 5 มีตัวอย่างในหอจดหมายเหตุแห่งชาตินับร้อยๆแผ่น เรียกว่ามากพอสมควร ซึ่งสามารถแยกออกเป็นประเภทต่างๆได้ 4 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 ใช้นามบัตรแผ่นเล็กๆ เป็น ส.ค.ส. นามบัตรที่ว่านี้จะเล็กกว่าปัจจุบันนี้เล็กน้อย ส่วนใหญ่จะมีแต่ชื่อไม่มีสถานที่ บางบัตรก็เป็นบัตรที่ใช้พิมพ์ บางบัตรก็ใช้ปากกาเขียนคำว่า ส.ค.ส ปีนั้น ปีนี้ลงไป
ประเภทที่ 2 จะใช้ ส.ค.ส. ที่ฝรั่งพิมพ์ขายอย่างสวยงาม บางแผ่นก็มีหลายชั้น สามารถยืดได้และพับได้
ประเภทที่ 3 ใช้กระดาษเปล่าเขียนคำอวยพร และเซ็นชื่อข้างท้ายคล้ายกับการเขียนจดหมาย เท่าที่พบจะเป็นคำถวายพระพรรัชกาลที่ 5 จากขุนนาง หรือจากเจ้านายชั้นสูง
ประเภท 4 จะใช้วิธีการอัดรูป หรือข้อความลงในกระดาษอัดรูป การอัดรูปทำ ส.ค.ส. นี้ ในสมัยรัชกาลที่ 6 ก็มีการทำกันในราชสำนักในสมัยรัชกาลที่ 9 ก็เคยนิยมทำกัน

สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นสมัยที่เกิดคำว่า ส.ค.ศ. หรือ ส่งความศุข ขึ้น การส่ง ส.ค.ส. ในรัชสมัยนี้ นิยมส่งกันตั้งแต่ต้นๆ รัชกาล ช่วงเวลาที่ส่งก็คือช่วงเดือนเมษายน เพราะเราเคย ขึ้นปีใหม่ในเดือนนั้น ซึ่งแตกต่างจากของฝรั่ง ไทยเริ่มมาขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ตามอย่างฝรั่ง เมื่อ พ.ศ.2483

การส่งบัตร ส.ค.ส. หรือบัตรอวยพรของคนไทยได้รับความนิยมเรื่อยๆมา . . . จนถึงปัจจุบัน ในยุคปัจจุบันนี้ ส.ค.ส.ได้เปลี่ยนจากรูปแบบและลักษณะจากสมัยอดีต มาเป็น รูปวาด รูปถ่าย และรูปจากวัสดุสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ซึ่งจะมีสีสันสวยสด และมีรูปแบบหลากหลายมากยิ่งขึ้น

หมายเหตุ
1. โบราณที่สุดไทยยึดถือเอา วันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย (ระยะเดือนธันวาคม ) เป็นวันขึ้นปีใหม่ สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อ 300 ปีก่อน ก็ยังถือแบบนี้
2. ต่อมาจะเริ่มแต่เมื่อใดไม่ปรากฏ ไทยได้รับอิทธิพลของพราหมณ์ โดยยึดถือเอา วันขึ้น1 ค่ำ เดือน 5 ( ระยะเดือนเมษายน ) มาเป็นวันขึ้นปีใหม่แทน 

3. เดิมเรายึดวันทางจันทรคติเป็นหลัก ซึ่งระบบแบบจันทรคติออกจะยุ่งยากในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯให้ประกาศพระบรมราชโองการ
กำหนดให้ใช้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ไปเสียเลย โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2432 เป็นต้นมา
4. ปี พ.ศ. 2483 ในสมัยรัชกาลที่ 8 ทางราชการได้ประกาศให้ใช้ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2483 เป็นวันขึ้นปีใหม่ ( แทนที่จะรอจนถึงวันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นแบบเก่า ) ทั้งนี้โดยให้เหตุผลว่า จะได้ยกเลิกอิทธิพลพราหมณ์ และให้สอดคล้องกับประเพณีไทยโบราณ ที่มีการยึดถือช่วง เดือนอ้าย ( ใกล้ถึงเดือนมกราคม ) เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเราก็ได้ยึดหลักเกณฑ์นี้จนถึงปัจจุบัน และเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับสากลอีกด้วย .


อ้างอิงบทความจาก  : http://www.lib.ru.ac.th/journal/congratulationcard.html
อ้างอิงบัตรอวยพรจาก: http://www.cordialcard.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น